Microlearning คือการเรียนรู้ที่เน้นเนื้อหาสั้นๆ กระชับ และตรงประเด็น โดยปกติจะใช้เวลาไม่กี่นาทีเพื่อเรียนรู้แนวคิดหรือทักษะใดทักษะหนึ่งโดยเฉพาะ ซึ่งเหมาะกับพฤติกรรมของผู้เรียนในยุคดิจิทัลที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและสะดวก
ที่มาของ Microlearning
Microlearning ไม่ได้เป็นแนวคิดใหม่เสียทีเดียว แต่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา สืบเนื่องมาจาก 📱การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้ ของผู้คนในยุคดิจิทัล โดยมีปัจจัยหลักดังนี้:
- ความสามารถในการรับรู้ของมนุษย์ (Attention Span): การศึกษาจำนวนมากชี้ว่า ความสามารถในการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งของมนุษย์ลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลมีมากมายและเข้าถึงได้ง่าย ผู้คนจึงต้องการเรียนรู้เนื้อหาที่สั้นและย่อยง่ายมากกว่า
- ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี: การแพร่หลายของสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์พกพาทำให้การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ผู้เรียนจึงสามารถใช้เวลาว่างสั้นๆ เช่น ระหว่างเดินทางหรือพักเที่ยง เพื่อเรียนรู้เนื้อหาขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความจำเป็นในการใช้ Microlearning
Microlearning ตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้เรียนและองค์กรในหลายมิติ
- เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้: เนื่องจากเนื้อหามีขนาดเล็ก ผู้เรียนจึงสามารถจดจำและทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น
- ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย: องค์กรสามารถสร้างและอัปเดตเนื้อหาได้รวดเร็วกว่าหลักสูตรยาวๆ และผู้เรียนไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานในการเรียนรู้
- ความยืดหยุ่น: ผู้เรียนสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ทุกเมื่อที่ต้องการ และสามารถเรียนซ้ำได้ตามความเหมาะสมของตนเอง
- ความสามารถในการปรับตัว: เนื้อหาสามารถปรับให้เข้ากับสถานการณ์หรือความต้องการเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว เช่น การฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้ซอฟต์แวร์ตัวใหม่
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Microlearning
Microlearning ถูกนำมาใช้ในหลายรูปแบบและหลายอุตสาหกรรม
1.การฝึกอบรมพนักงาน
ตัวอย่าง: บริษัทต้องการฝึกอบรมพนักงานขายเกี่ยวกับสินค้าใหม่ แทนที่จะจัดอบรมเต็มวัน บริษัทอาจแบ่งเนื้อหาออกเป็นวิดีโอสั้นๆ 5 วิดีโอ แต่ละวิดีโอมีความยาวไม่เกิน 3 นาที โดยครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น “คุณสมบัติเด่น”, “วิธีสาธิตสินค้า”, “การตอบคำถามลูกค้าที่พบบ่อย” เป็นต้น
2.การเรียนรู้ภาษา
ตัวอย่าง: แอปพลิเคชันเรียนภาษาอย่าง Duolingo ใช้หลักการ Microlearning โดยแบ่งบทเรียนออกเป็นคำศัพท์หรือวลีสั้นๆ ในแต่ละวัน เพื่อให้ผู้เรียนค่อยๆ สะสมความรู้
3.การพัฒนาทักษะเฉพาะด้าน
ตัวอย่าง: แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ เช่น Coursera หรือ edX อาจแบ่งหลักสูตรออกเป็นโมดูลย่อยๆ แต่ละโมดูลมีคลิปวิดีโอสั้นๆ และแบบทดสอบเล็กๆ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ทีละขั้นตอน
4.การจัดการความรู้ในองค์กร
ตัวอย่าง: องค์กรสามารถสร้างคลังความรู้แบบ Microlearning โดยมีเนื้อหา เช่น “วิธีการใช้เครื่องปริ้นท์ใหม่” หรือ “ขั้นตอนการเบิกค่าใช้จ่าย” ในรูปแบบของวิดีโอสั้นๆ หรือ Infographics เพื่อให้พนักงานสามารถค้นหาและเรียนรู้ได้ในเวลาที่ต้องการ
กล่าวโดยสรุป Microlearning จึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในโลกของการเรียนรู้ยุคใหม่ที่ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลและการพัฒนาทักษะเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น