Skip to content
Home » มาตรฐาน e-Learning

มาตรฐาน e-Learning

    e-learning Standard

    มาตรฐาน e-Learning คือชุดของข้อกำหนดทางเทคนิคที่ใช้ในการพัฒนาและเผยแพร่สื่อการเรียนรู้แบบดิจิทัล  เพื่อให้สื่อเหล่านั้นสามารถทำงานร่วมกันได้ (Interoperability) ระหว่างระบบและแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น ระบบจัดการการเรียนรู้ (Learning Management System หรือ LMS) ของผู้ให้บริการหลายราย ช่วยให้เนื้อหาการเรียนรู้ไม่ถูกผูกติดกับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง และสามารถนำไปใช้ซ้ำ (Reusability) หรือนำไปปรับปรุงแก้ไขได้ง่าย


    ที่มาและความจำเป็นของมาตรฐาน e-Learning

    ก่อนที่จะมีมาตรฐาน e-Learning การพัฒนาสื่อการเรียนรู้มักจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใช้ได้กับ LMS เฉพาะของบริษัทผู้ผลิตเท่านั้น ทำให้เกิดปัญหาดังต่อไปนี้:

    • ปัญหาความเข้ากันไม่ได้ (Incompatibility): เนื้อหาที่สร้างขึ้นสำหรับ LMS หนึ่งไม่สามารถนำไปใช้กับ LMS อื่นได้ ทำให้ผู้ใช้งานหรือองค์กรต้องลงทุนใหม่ทั้งหมดเมื่อต้องการเปลี่ยนแพลตฟอร์ม
    • ปัญหาการนำไปใช้ซ้ำ (Reusability): เนื้อหาที่พัฒนาขึ้นไม่สามารถนำไปใช้ซ้ำได้ ต้องพัฒนาใหม่ทั้งหมดเมื่อต้องการนำไปใช้ในบริบทอื่น
    • ปัญหาการติดตามผลการเรียนรู้ (Tracking): การติดตามผลการเรียนรู้ เช่น เวลาที่ใช้เรียน, คะแนนสอบ หรือความคืบหน้า ไม่สามารถส่งข้อมูลข้ามแพลตฟอร์มได้

    ด้วยปัญหาเหล่านี้ ทำให้เกิดความจำเป็นในการสร้าง มาตรฐานกลาง เพื่อให้ผู้ผลิตเนื้อหาและผู้ผลิตระบบ LMS สามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งช่วยให้ตลาด e-Learning เติบโตอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น


    มาตรฐาน e-Learning ที่สำคัญในปัจจุบัน

    ปัจจุบันมีมาตรฐาน e-Learning ที่สำคัญอยู่หลายตัว แต่ที่นิยมใช้และเป็นที่ยอมรับในวงการ e-Learning มีดังนี้

    1. SCORM (Sharable Content Object Reference Model)

    SCORM เป็นหนึ่งในมาตรฐาน e-Learning ที่เก่าแก่และได้รับความนิยมมากที่สุด พัฒนาโดย ADL (Advanced Distributed Learning Initiative) ทำหน้าที่กำหนดวิธีการแพ็คเกจเนื้อหา (Content Packaging) และวิธีการสื่อสารระหว่างเนื้อหาการเรียนรู้ (SCO หรือ Sharable Content Object) กับ LMS ซึ่งข้อมูลที่สื่อสารกันจะประกอบไปด้วยความคืบหน้า (Completion Status), คะแนน (Score) และเวลาที่ใช้เรียน (Time Spent) เป็นต้น

    2. AICC (Aviation Industry Computer-Based Training Committee)

    AICC เป็นมาตรฐานที่เก่าแก่กว่า SCORM แต่ยังคงมีการใช้งานในบางองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการบิน AICC มีความยืดหยุ่นสูงกว่าในบางแง่มุม แต่การนำไปใช้งานอาจมีความซับซ้อนกว่า SCORM โดย AICC ใช้ HTTP AICC/CMI Protocol (HACP) ในการสื่อสารข้อมูลระหว่างเนื้อหาและ LMS

    3. xAPI (Experience API) หรือ Tin Can API

    xAPI เป็นมาตรฐานที่ทันสมัยและมีความยืดหยุ่นสูงกว่า SCORM พัฒนาโดย ADL ร่วมกับ Rustici Software xAPI ไม่ได้จำกัดการติดตามผลเฉพาะกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายใน LMS เท่านั้น แต่สามารถติดตามกิจกรรมการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นนอก LMS ได้ด้วย เช่น การเรียนรู้ผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ, การเข้าห้องสมุด, หรือการเข้าร่วมสัมมนา โดยข้อมูลที่เก็บจะอยู่ในรูปแบบของ “Statement” ที่มีโครงสร้างเหมือนประโยคภาษาอังกฤษ (Actor-Verb-Object) เช่น “John took a test” (John – Actor, took – Verb, a test – Object) ซึ่งทำให้การเก็บข้อมูลมีความละเอียดและหลากหลายมากขึ้น

    4. cmi5 (Computer Managed Instruction 5)

    cmi5 เป็นมาตรฐานใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อทำงานร่วมกับ xAPI โดยนำจุดเด่นของ SCORM ในเรื่องการจัดการเนื้อหามาผนวกกับความยืดหยุ่นของ xAPI  cmi5 กำหนดวิธีการที่เนื้อหา xAPI จะต้องสื่อสารกับ LMS และ LRS (Learning Record Store) ทำให้สามารถนำเนื้อหาไปใช้ซ้ำได้ง่ายและยังคงสามารถติดตามผลได้อย่างละเอียด cmi5 ถือเป็นมาตรฐานสำหรับอนาคตที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ


    สรุป

    มาตรฐาน e-Learning เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การพัฒนาสื่อการเรียนรู้แบบดิจิทัลเป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น  โดยช่วยให้เนื้อหาสามารถนำไปใช้ร่วมกันได้ระหว่างระบบและแพลตฟอร์มต่างๆ ลดความซับซ้อนและต้นทุนในการพัฒนา ทำให้ตลาด e-Learning เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน